ประวัติฟักข้าว แหล่งกำเนิดและลักษณะทางพฤกษศาสตร์

 ฟักข้าว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Nelumbo nucifera) เป็นพืชสมุนไพรที่มีความสำคัญมากในศาสนาและวัฒนธรรมของหลายประเทศในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทย ฟักข้าวเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนครปฐม และถือเป็นดอกไม้ประจำประเทศประเทศอินเดีย และประเทศเวียดนาม

ประวัติแหล่งกำเนิด:

ฟักข้าวมีแหล่งกำเนิดสำคัญที่เป็นที่รู้จักในประเทศอินเดียและประเทศเวียดนาม สืบเนื่องมาจากศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ ในศาสนาฮินดูฟักข้าวถือเป็นราชพฤกษ์และใช้เป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าพวกเจ้า ในประเทศเวียดนาม ฟักข้าวถือเป็นสัญลักษณ์ของความสงบเรียบร้อย และใช้ในพิธีทางศาสนา

ชื่อสมุนไพร:

นอกจากฟักข้าวแล้ว พืชสายพันธุ์นี้ยังมีชื่อสมุนไพรอื่น ๆ ในภาษาไทย เช่น ขี้กาเครือ (ปัตตานี) คัดเข่า (นครราชสีมา) ผักข้าว (ภาคเหนือ) หมักบวบเข่า และคายเข่า


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์:

- ฟักข้าวเป็นไม้เถาเลื้อยที่มีอายุหลายปี ลำต้นหนาเกลี้ยงและมีมือพันเกาะออกตามซอกใบ และเถาแก่มีเหง้าใต้ดิน

- เถากลมมีขนนุ่ม ส่วนเถาแก่ไม่มีขน

- ใบเดี่ยวเรียงสลับ มีรูปฝ่ามือ 3-5 แฉก รูปไข่หรือกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10-15 ซม. ปลายแฉกแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบเรียบหรือกึ่งหยักซี่ฟัน

- ก้านใบยาว 2.8-5.5 ซม. มีต่อม 2-5 ต่อม ตามก้านใบและโคนใบ

- ดอกแยกเพศต่าง ๆ ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ยาว 6-8 ซม. กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวอมเหลืองอ่อน สามกลีบในมีสีดำบริเวณโคนดอกด้านใน ดอกเพศผู้มีก้านดอกยาว 5-15 ซม. ใบประดับรูปไตหรือเกือบกลม กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 2.8-3.2 ซม. ผิวด้านในมีขน กลีบเลี้ยงรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 4-6 มม. ยาว 1-1.5 ซม. หนาคล้ายแผ่นหนังเกลี้ยง หรือมีขนสากประปราย กลีบดอกรูปรีแกมรูปขอบขนาน ยาว 4-5 ซม. มีเส้นตามยาวชัดเจน ดอกเพศเมียมีก้านดอกยาว 3-10 ซม. ใบประดับรูปรี กลีบเลี้ยงรูปแถบ แกมรูปขอบขนาน ยาว 5-10 มม. กลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปรีแกมรูปขอบขนาน ยาว 1-1.5 ซม.

- ผลรูปไข่รีหรือกลม กว้าง 5-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ผลอ่อนสีเขียวอมเหลือง และเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือแดง ผลมีเมล็ดแบนรูปกลมหรือรี เปลือกหุ้มสีน้ำตาลดำ ขอบเมล็ดโดยรอบมีรอยหยัก ลักษณะเหมือนรอยถูกกัด และมีลายเส้นบนผิวเมล็ด

- มักขึ้นตามลำห้วย รกร้าง หรือชายป่าเบญจพรรณ ตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึงที่สูงประมาณ 1,000 เมตร

- ฟักข้าวมีการออกดอกและเป็นผลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน


ฟักข้าวมีความสำคัญทางวัฒนธรรม ใช้ในงานพิธีทางศาสนา การแต่งงาน และงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ นอกจากนี้ ทุกส่วนของฟักข้าวสามารถนำมาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มได้ ซึ่งมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ใบฟักข้าวใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร และเมล็ดฟักข้าวนำมาใช้ในการผลิตน้ำมันฟักข้าว น้ำผลฟักข้าว (น้ำบวบเข่า) ยังมีประโยชน์ในการบำรุงสายตาและผิวพรรณของผู้หญิงอีกด้วย

ฟักข้าว หรือ ขี้พร้าไฟ เป็นสุดยอดพืชที่มีคุณค่ามหาศาล รักษา-ต้านมะเร็ง

ฟักข้าว หรือ ขี้พร้าไฟ เป็นสุดยอดพืชที่มีคุณค่ามหาศาล ซึ่งชบาตานีเคยนำเสนอไว้แล้วในเอนทรีเกี่ยว “ฟักข้าว” หรือ “ขี้พร้าไฟ” “ฟักข้าว” เป็นทั้งผัก และ รักษา-ต้านมะเร็ง



ขี้พร้าไฟ : พืชที่อุดมไปด้วยคุณค่า ฟักข้าวที่บ้านชบาตานี ณ ห้วงเวลานี้ออกผลห้อยโตงเตงอยู่บนยอดชมพู่เต็มไปหมด แต่มันอยู่สูงจัง ตั้งแหงนหน้ามองเหมือนหมามองเครื่องบิน จนคอแทบจะเดี้ยงแล้วนิ

 อยู่สูงจนเกินที่จะโต้งเป้งถึง ต้องใช้ไม้สอยเสียยาวเฟื้อย(ชบาเป็นคนทะเยอทะยายนะเนี่ย..เพราะชอบ(กิน)ของสูง ไง!!) คราวนี้สอยมาได้ 3 ผล ขนาดพอที่จะแกงได้ 2 ผล (วางแผนจะนำไปแกงส้ม) และที่สุกเต็มที่อยู่ 1 ผล ผลสีแดงแจ๊ดแจ๋นี้แหละจะเอามาใช้ประโยชน์ในวันนี้


วันนี้ชบาตานีจะชวนเพื่อนๆ มาทำ “น้ำผลไม้” ที่มากคุณค่า มีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆน้ำผลไม้ที่ว่า คือ น้ำฟักข้าว จ้า!! เพราะ น้ำฟักข้าว เป็นสุดยอดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะมีสารเบตาแคโรทีนและสารไลโคพีนในปริมาณสูงมาก เป็นเครื่องดื่มผลไม้เพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้วันนี้ ชบาตานีจะนำฟักข้าวผลนี้มาทำ “น้ำฟักข้าว” ให้เพื่อนๆ ได้ลองชิมกันนะ มาม่ะ มาทำ....น้ำฟักข้าว...ดื่มเพื่อสุขภาพกันดีกว่า!

 

เอาล่ะ ก่อนอื่นก็นำฟักข้าวลูกที่สีแดงแจ๊ดที่เห็นมาปอกเปลือกซะก่อน แล้วจึงนำไปล้างน้ำให้สะอาด เปลือก..อย่าทิ้ง นำไปตากแห้ง ทำเป็นชาได้อีก เสร็จแล้ว เราก็มาเริ่มทำน้ำฟักข้าวได้แล้วล่ะ

1. นำฟักข้าวมาผ่า แยกเนื้อและเมล็ดออก
2. เนื้อฟักข้าว หั่นเป็นชิ้นๆ
3. ส่วนเยื่อหุ้มเมล็ด ล่อนเยื่อหุ้มออกจากเมล็ดเยื่อหุ้มเมล็ดขยำแยกเยื่อหุ้มออกจากเมล็ดเมล็ด..อย่าทิ้ง เอาไปกินก็ได้ หรือจะนำไปปลูกขยายพันธ์ต่อ
4. นำเนื้อฟักและเยื่อหุ้มเมล็ด ปั่นให้ละเอียด ใส่ในเครื่องปั่น (เหยาะน้ำลงไปนิด) แล้วก็ปั่นเลยพี่น้อง
5. เทลงในหม้อ
6. ผสมน้ำเจือจางเนื้อและเยื่อหุ้มที่ปั่นเสร็จแล้ว
7. นำไปเคี่ยวด้วยไฟปานกลาง กวนไปเรื่อยๆ (จะโม้ไปพลางก็ไม่ว่ากัน อิอิ) เริ่มเดือดปุดๆแล้ว
8. เติมเกลือลงไปนิดหน่อย
9. เติมน้ำตาลทรายแดงให้มีรสหวานตามชอบ (ไม่ใส่ก็ได้ ถ้าไม่ชอบหวาน) เติมเกลือลงไปนิด น้ำตาลลงไปหน่อย(ใครชอบหวานก็เติมเข้าไปมากๆก็ได้)
10. เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ประมาณ 15-20 นาที
11. แค่นี้ก็ยกลงจากเตา


ตั้งให้พออุ่น ก็สามารถดื่มให้อุ่น สบายท้อง
หากใครชอบดื่มแบบเย็นๆ หลังจากวางไว้จนเย็นแล้ว ก็นำไปแช่เย็น ไว้ดื่มแก้กระหายได้อีกด้วย ฟักข้าว 1 ผล สามารถทำเป็นน้ำฟักข้าวได้ตั้งหม้อใหญ่เชียว นำไปจำแนกแจกจ่ายคนข้างเคียง หรือจะเก็บไว้กินหลายๆ วันก็ดีต่อสุขภาพไม่น้อย น้ำฟักข้าว เราสามารถดื่มได้ทุกวัน ดื่มได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดเพศ หรือ อายุ หรือ ชนชั้น วรรณะ(อันนี้ว่าเองนะเจ้าคะ)

 “น้ำฟักข้าว” ทำให้สามารถแก้ปัญหาโรคบางชนิดได้จริง โดยผู้ดื่มจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของสุขภาพร่างกาย หลังจากดื่ม น้ำฟักข้าวไปแล้วระยะหนึ่ง

เยื่อเมล็ดของฟักข้าวมีปริมาณเบตาแคโรทีนมาก กว่าแครอต 10 เท่า และ มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า และมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล การกินบีตาแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมในร่างกายได้ดีเพราะละลายได้ในกรดไขมัน
  ประโยชน์ที่ได้จากสรรพคุณของน้ำฟักข้าว - มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก(Anti oxidant)

- มีปริมาณเบตาแคโรทีนมาก กว่าแครอต 10 เท่า
- มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า
- ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจ
- ควบคุมความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
- ป้องกันและแก้ปัญหาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา
- ช่วยป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ช่วยป้องกันโรคมะเร็งปอด
- ป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด
- ป้องกันเส้นโลหิตในสมองแตก(สาเหตุของโรคอัมพฤกษ์,อัมพาต)
- โปรตีนในเมล็ดฟักข้าวมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็ง
- ช่วยขับเสมหะ เป็นยาระบายและใช้กลั้วคอ ลดการอักเสบลำคอ เจ็บคอ
- เหมาะสำหรับผู้ป่วยในระยะพักฟื้นและผู้มีปัญหาสุขภาพ มีโรคประจำตัว อ่อนแอขี้โรค


อยากเชิญชวนเพื่อนๆ หันมาดื่ม “น้ำผลไม้”
ทางเลือก เฉกเช่น “น้ำฟักข้าว”
อีกอย่างที่น่าสนใจนะเจ้าคะ!!!